Dekdesign

Dekdesign

แชร์

เด็กดีไซน์ คือ แหล่งรวบรวมงานออกแบบทั่วโลก

22/06/2026

Google ยอมจ่ายเกือบแสนล้านบาท เพื่อดึงผู้ชายคนเดียวกลับเข้าบริษัท
ผ่านไปปีกว่า เขาเก็บของ เดินออก ไปอยู่กับ OpenAI

ชื่อเขาคือ Noam Shazeer
คนนอกวงการแทบไม่รู้จัก แต่คนในวงการ AI ทั้งโลกรู้ดีว่าเขาคือใคร

ย้อนไปปี 2017 เขากับทีมเล็ก ๆ ที่ Google ปล่อยงานวิจัยออกมาชิ้นหนึ่ง
งานชิ้นนั้นวางพิมพ์เขียวให้กับสมองของ AI ที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้
ChatGPT, Gemini, Claude ทั้งหมดวิ่งอยู่บนโครงสร้างที่เขาช่วยออกแบบ
ตัว T ใน GPT มาจากชื่อสถาปัตยกรรมนั้น และเขาคือหนึ่งในคนที่เขียนมันขึ้นมากับมือ

แปลเป็นภาษาบ้าน ๆ คือ OpenAI สร้าง ChatGPT จนดังทั่วโลก บนพิมพ์เขียวที่ชายคนนี้ร่วมวาด
แล้ววันนี้ คนวาดพิมพ์เขียว เดินเข้าไปนั่งทำงานให้ OpenAI เอง

แต่เรื่องมันสนุกกว่านั้น

ปี 2021 Shazeer เคยลาออกจาก Google มาแล้วรอบหนึ่ง
ตอนนั้นเขากับทีมสร้างแชตบอตที่คุยกับคนได้เป็นธรรมชาติจนคนในบริษัทเองยังทึ่ง
แต่ผู้บริหารกลัวว่ามันจะเผลอพูดอะไรพลาดแล้วเสียภาพบริษัท เลยสั่งเก็บเข้าลิ้นชัก
เขาหงุดหงิดที่ของดีไม่ได้ออกสู่โลก เลยเดินออกไปเปิดบริษัทของตัวเอง
ปีถัดมา OpenAI ปล่อย ChatGPT ออกสู่โลก คนแห่ใช้กันทั้งโลกภายในไม่กี่สัปดาห์
สิ่งที่ Google ไม่กล้าทำ OpenAI ทำก่อน แล้วกินรวบ
ว่ากันว่าในห้องประชุม Google ถึงกับประกาศภาวะฉุกเฉินภายใน

พอรู้ตัวว่าช้าไป Google ยอมทุ่มเงินเกือบแสนล้านบาท ปี 2024 ดึง Shazeer กับทีมกลับมา
ตั้งให้เป็นหนึ่งในหัวหน้าทีม Gemini
จ่ายมหาศาลขนาดนั้น เพื่อคนคนเดียวกับทีมไม่กี่คน
แล้วสุดท้าย ก็ยังรั้งเอาไว้ไม่อยู่

นี่แหละจุดที่ผมอยากชวนหยุดคิด

โลกชอบเข้าใจว่าสงคราม AI ตัดสินกันที่ ใครมีโมเดลแรงสุด ใครกว้านชิป NVIDIA ได้มากสุด ใครสร้างศูนย์ข้อมูลใหญ่สุด
ทุกคนเลยแห่กันไปทุ่มเงินกับของพวกนั้น เพราะมันจับต้องได้ ซื้อได้ด้วยเงินก้อนโต

แต่ของที่หายากกว่านั้นมาก คือคนที่ออกแบบสมองของโมเดลเป็น
ชิปมีขาย ศูนย์ข้อมูลสร้างเพิ่มได้ โมเดลก็ไล่ลอกตามกันได้ในไม่กี่เดือน
แต่คนที่นั่งคิดออกว่าสมองก้อนนี้ควรต่อสายกันแบบไหน ทั้งโลกมีอยู่ไม่กี่สิบคน
Shazeer คือหนึ่งในนั้น

ลองมองรอบ ๆ ก็ได้ครับ ปีที่ผ่านมา Mark Zuckerberg ถึงกับยื่นข้อเสนอหลักพันล้านบาทต่อหัว เพื่อดึงนักวิจัย AI เก่ง ๆ ไปอยู่กับ Meta
ไม่ใช่ไปซื้อโมเดล ไม่ใช่ไปซื้อเครื่อง แต่ไปซื้อตัวคน
เพราะทุกบริษัทรู้ความจริงข้อเดียวกัน งานวิจัยที่ Shazeer เขียนไว้ตั้งแต่ปี 2017 เปิดให้อ่านกันฟรีทั้งโลก
สูตรไม่ใช่ความลับอีกต่อไป คนที่ปรุงสูตรเป็นต่างหากที่หายาก

เงินซื้อชิปได้ ซื้อบริษัททั้งบริษัทได้ แต่ซื้อใจคนให้อยู่ยาว ๆ ไม่ได้
Google กำเขาไว้ในมือแล้วแท้ ๆ จ่ายไปเกือบแสนล้าน สุดท้ายยังหลุดมือ
เพราะคนระดับนี้ไม่ได้เลือกที่เงินอย่างเดียว เขาเลือกที่ที่ได้ปล่อยของเต็มที่ที่สุด

ผมว่าเรื่องนี้ไม่ได้ไกลตัวเจ้าของธุรกิจอย่างเราเลยนะครับ
ย่อส่วนลงมา มันคือความจริงข้อเดียวกันเป๊ะ
ร้านที่ชนะในยุค AI ไม่ใช่ร้านที่สมัครเครื่องมือเยอะสุด หรือจ่ายค่าระบบแพงสุด
แต่คือร้านที่มีคนเข้าใจว่าจะเอา AI ไปวางตรงจุดไหนของงานจริง ให้มันทำแทนคนได้
เครื่องมือนั้นเหมือนกันหมด เปิดเว็บสมัครได้ใน 5 นาที
สิ่งที่ลอกกันไม่ได้ คือหัวของคนที่รู้ว่าจะเอามันไปใช้ยังไง

สงครามรอบนี้มีให้เลือกยืนสองฝั่ง
ฝั่งหนึ่งเชื่อว่าใครมีของเยอะกว่าชนะ เลยวิ่งตามซื้อเครื่องมือใหม่ไปเรื่อย ๆ
อีกฝั่งเลือกลงทุนกับสมองตัวเอง ฝึกจนกลายเป็นคนที่ออกแบบงานให้ AI เข้าไปเล่นได้

Google มีเงินเกือบแสนล้าน ก็ยังเลือกเทไปที่ คน ไม่ใช่ที่ตัวโมเดล
แล้วเราล่ะ จะยืนฝั่งไหน 🤔

Photos from Canvas Ventures International's post 21/06/2026
20/06/2026
17/06/2026

คนไทยสร้างการ์ตูนด้วย AI เรื่อง “ตะวัน” โชว์วัฒนธรรมไทยสู่สายตาโลก ใช้งบเพียง 2.6 หมื่นบาท

วงการแอนิเมชันไทยอาจกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ โดยคุณ Wanchana Intrasombat ศิลปินและนักสร้างสรรค์ชาวไทย เผยผลงานแอนิเมชันเรื่อง “ตะวัน” (Tawan) ภาพยนตร์แอนิเมชันที่สร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ AI โดยเจ้าตัวเผยตัวอย่างความยาว 20 นาที เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 พร้อมประกาศว่าโครงการเต็มมีความยาวประมาณ 90 นาที

ผลงานดังกล่าวเป็นการทดลองสำรวจขีดความสามารถของ AI ในการผลิตภาพยนตร์แอนิเมชันแบบครบวงจร โดยใช้ต้นทุนเพียง 500 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 18,000 บาท สำหรับการสร้างวิดีโอ และอีก 300 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 10,800 บาท สำหรับเครื่องมือ AI อื่น ๆ รวมงบประมาณทั้งโครงการประมาณ 28,800 บาท เท่านั้น

โดยคุณ Wanchana Intrasombat เปิดเผยว่า เรื่องราวของ “ตะวัน” มีต้นกำเนิดจากแนวคิดที่เขาคิดไว้ตั้งแต่ปี 2010 หรือเมื่อกว่า 16 ปีก่อน แต่ในเวลานั้นเทคโนโลยียังไม่พร้อมที่จะถ่ายทอดจินตนาการออกมาในรูปแบบภาพยนตร์ได้อย่างที่ต้องการ

เขาระบุว่า AI ทำให้ผู้สร้างสรรค์เพียงคนเดียวสามารถบริหารจัดการกระบวนการผลิตแอนิเมชันได้เกือบทั้งหมด ตั้งแต่การออกแบบภาพ ฉาก ตัวละคร การสร้างวิดีโอ เสียงพากย์ และดนตรีประกอบ โดยไม่จำเป็นต้องนำโครงการไปเสนอขอทุนจากสตูดิโอขนาดใหญ่เหมือนในอดีต

ตามคำอธิบายของผู้สร้าง หากไม่มี AI เรื่องราวนี้อาจยังคงเป็นเพียงจินตนาการที่อยู่ในความคิดและไม่สามารถถูกสร้างขึ้นมาเป็นภาพยนตร์ได้จริง

คุณ Wanchana Intrasombat เปิดเผยว่าใช้เครื่องมือ AI หลายประเภทเข้ามาช่วยในกระบวนการผลิต ไม่ว่าจะเป็น Seedance 2.0 บนแพลตฟอร์ม Dreamina AI และ Kinovi AI สำหรับการสร้างแอนิเมชัน ขณะที่ฉากเปิดเรื่องถูกสร้างขึ้นด้วย Midjourney

นอกจากนี้ยังมีการใช้เครื่องมืออื่น ๆ ประกอบการทำงาน เช่น Suno สำหรับสร้างดนตรี, ElevenLabs สำหรับสร้างเสียงพูด, Magnific สำหรับเพิ่มคุณภาพภาพ และ Astra สำหรับการอัปสเกลความละเอียดวิดีโอ ซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่มีค่าใช้จ่ายสูงที่สุดในโครงการ

แม้จะเป็นผลงานของผู้สร้างหลักเพียงคนเดียว แต่โครงการนี้ใช้เวลาพัฒนาราว 1 เดือนครึ่ง โดยวันชนะระบุว่าใช้เวลาทำงานเกือบทุกคืน รวมถึงวันเสาร์และวันอาทิตย์ จนได้รับคำบ่นจากภรรยาและลูกอยู่ไม่น้อย

อย่างไรก็ตาม เขามองว่าการทดลองครั้งนี้ช่วยให้ได้เรียนรู้ข้อจำกัดและศักยภาพของ AI ในการผลิตภาพยนตร์แอนิเมชันอย่างมาก แม้ว่าคุณภาพงานยังห่างจากภาพยนตร์แอนิเมชันระดับบล็อกบัสเตอร์ที่มีทีมงาน 300-600 คนอยู่เบื้องหลัง แต่เชื่อว่าช่องว่างดังกล่าวจะค่อย ๆ ลดลงในอนาคตตามการพัฒนาของเทคโนโลยี

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถคลิกรับชมวิดีโอการ์ตูนเรื่องตะวันได้จากลิงก์ด้านล่างนี้

Facebook https://www.facebook.com/reel/862362766921456

X (Twitter) https://x.com/VictoriorCG/status/2061581280215802173?s=20

Youtube https://www.youtube.com/watch?v=pNBWS1wCZHk

ที่มาของข้อมูล Wanchana Intrasombat
คลิกอ่านเพิ่มเติมบนเว็บไซต์ TNN Thailand

#ตะวัน #แอนิเมชันไทย

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ โรงเรียน ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง โรงเรียน ใน Bangkok?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

ประเภท

เบอร์โทรศัพท์

เว็บไซต์

ที่อยู่


Bangkok