Sakaradhorn Boontaveeyuwat

Sakaradhorn Boontaveeyuwat

แชร์

ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก Sakaradhorn Boontaveeyuwat, เว็บไซต์เพื่อการศึกษา, Bangkok.

รศ.ดร.ศักรธร บุญทวียุวัฒน์ อ.และที่ปรึกษาด้านวิศวกรรมขนส่งและจราจร
รับงานออกแบบถนน สะพาน และอุโมงค์ทางเรขาคณิต ออกแบบโครงสร้างผิวทางถนน งานวิเคราะห์ผลกระทบด้านการจราจร งานวางแผนระบบขนส่งมวลชน งานพัฒนาแบบจำลองการจราจรและขนส่ง และ Logistics Modelling

23/06/2026

จริงๆ แล้วแม้ AASHTO จะระบุว่าทางวิ่งที่สามารถวิ่งวิ่งได้สำหรับถนน 2 Lanes 2 Ways แบบแบ่งช่องจราจรควรจะมีพื้นที่ที่วิ่งได้ 4.4 เมตรต่อทิศทาง และ AASHTO ไม่ได้บังคับว่าถ้ามีทางเท้าข้างเดียว ก็ควรจะมีฝั่งเดียวไปตลอดทาง

ในกรณีที่มีพื้นที่ว่างเพียงพอ โดยไม่เบี่ยงจากเส้นทางหลักมากเกินไป การกลับมาจัดทางเท้าอีกฝั่งหนึ่งเป็น 2 ฝั่งก็สามารถทำได้ ถ้าเราตรวจสอบแล้วว่าความกว้างของถนนสามารถวิ่งได้เกิน 4.4 เมตร ตามที่เราคุยกัน

การจัดทางเท้า 2 ฝั่งพร้อมไหล่ทางที่กว้างขึ้น จะมีประโยชน์มากไม่เฉพาะสำหรับภารกิจการบำรุงรักษาอุโมงค์เท่านั้น แต่ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ หรือเหตุการณ์ไม่คาดฝั่น ทางเท้าจะสามารถเป็น Safe Zone เพื่อเยียวยาจิตใจให้กับผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้อย่างดี

22/06/2026

จริงๆ แล้วความกว้างของถนนแบบสวนกัน 2 เลน 2 ทิศทาง ในอุโมงค์ที่ขนาดช่องจราจร 3.25 เมตรไหล่ทางด้านใน 0.5 ม. ขนาด Gutter ที่วิ่งได้ติดขอบอีกประมาณ 0.3 ม. จริงๆ แล้วรถสามารถใช้ถนนที่วิ่งได้จริงๆที่ 4.05 เมตร ซึ่งจริงๆ แล้วก็พอสำหรับรถขนาดใหญ๋อย่างรถ Bus ที่ 2.59 เมตร

แต่จริงๆ แล้ว AASHTO กำหนดไว้ให้ทางที่วิ่งได้จริงๆอยู่ที่ 4.4 เมตร ในกรณีแบบนี้ถ้าเราจะเอาตามมาตรฐานของ AASHTO จริงๆ เราสามารถเอาทางเท้าอุโมงค์ออกฝั่งหนึ่ง ให้เหลือทางเท้าสำหรับบำรุงรักษาไว้แค่ข้างเดียว จัดรูปแบบ Barrier ไม่ต้องใช้ Tunnel Wall กั้นกลาง เพื่อการข้ามไปบำรุงรักษาหรือแก้ไขปัญหาเวลาเจออุบัติเหตุในอุโมงค์ที่สะดวกมากขึ้น ส่วนปัญหาแสงสะท้อนเวลาขับสวนกันตอนกลางคืนยังเป็นปัญหารองที่สามารถจัดการได้

ซึ่งการแก้ปัญหาแนวทางนี้สามารถเพิ่มช่องจราจรได้มากขึ้นเยอะ อย่างในภาพคือฝั่งละ 3.725 เมตร + 0.5 + 0.3 = 4.525 ม. ซึ่งผ่านเกณฑ์ของ AASHTO แบบฉิวเฉียด

21/06/2026

จริงๆ แล้ว idea การวาง Profile แบบซ้อนกันในคำสั่ง Superimposed Profile ใน Civil 3D สามารถช่วยตรวจสอบระยะ Clearance ระหว่างสะพานที่วางเหลื่อมกันคนละระดับแบบ Stacking ได้มาก

โดยเราควรจะรู้ความหนาระหว่างผิวจราจรกับตรงท้องสะพานซึ่งเป็นจุดต่ำสุดของสะพานก่อนจากวิศวกรโครงสร้างว่าเขาจะใช้เท่าไร ซึ่งสำคัญมาก เพราะถ้าเราออกแบบ profile ไปก่อนที่ 2.2 เมตร แต่เขาใช้ที่ 2.65 เมตร เราคงตกใจไม่น้อย นอนไม่หลับ แล้วต้องมานั่งเปิด profile เพื่อแก้ใหม่ ซึ่งในกรณีนี้ถ้าเราจะเผื่อค่า Clearance แบบปลอดภัยจริงๆ ก็ต้องมีระยะ Clearance 2.65 + 5.5 +0.5 = 8.65 เมตร ครับ ถึงจะนอนตาหลับ

20/06/2026

จริงๆ แล้วการตีเกรดใน Profile ที่ได้รับจากการสำรวจมา จะประกอบด้วยเส้นยึกยือยึกยือเต็มไปหมด ดังนั้นก่อนที่เราจะออกแบบ Profile สะพานหรืออุโมงค์ เราจำเป็นต้องออกแบบหรือตี grade profile ให้เรียบก่อนชั้นหนึ่ง ไม่ใช่เอา profile ที่ได้จากการสำรวจมาตีเกรดออกแบบสะพานที่จุด PG เลย

หลักการตีเกรดคือ ตีเกรดให้ยาวที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ตราบใดทีค่า grade ยังสามารถเป็นแนวราบที่เกือบๆจะ 0% ได้อยู่ และพิจารณาว่าจะไม่เปลืองงบในการขุดหรือถมดินมากเกินไป ส่วนใหญ่จะพยายามตีให้เหนือกว่าเส้น profile ที่สำรวจมาซัก 10 ซม.

ในกรณีที่ขึ้นเนิน เราถึงจำเป็นต้องมีการตีเกรดขึ้น ซึ่งค่าความยาวทางโค้ง หรือ L.V.C ควรมีค่าอย่างน้อย 100 เมตร ถ้าต่ำกว่านี้ส่วนใหญ่เราจะไม่ทำหรือตีตรงไปเลย หรือปรับค่าให้เป็น 100 เมตรขั้นต่ำ และสำคัญมากเส้น alignment เส้นนี้ต้องลิงค์กับ alignment แนวราบที่ฝังค่า Design Speed ไว้อยู่ โดยมีค่า K ของ SSD และ PSD ค้ำคอเราอยู่ (K = LVC/A)

จากนั้นก็เอาเส้นที่เราออกแบบใหม่จาก Existing Ground เส้นนี้เข้าไป Super Imposition ใน Profile ที่เราออกแบบสะพานหรืออุโมงค์ต่อไป โดยไม่ต้องไปเสียเวลาวาดใหม่ครับ

Photos from Sakaradhorn Boontaveeyuwat's post 19/06/2026

จริงๆ แล้วการวาง tangent ถนนตอนลงสะพานแบบภาพบนก็ไม่ได้ผิดอะไรนะครับ แถมประหยัดงบการขุดดินเพิ่มอีกต่างหาก แต่ที่ถูกต้องมากกว่าคือการวางแบบภาพล่างซ้าย แต่ก็จะมีปัญหาตอนปิด Gap สิ้นสุดโครงการทำให้ต้องขึ้นเนินอีกครั้งนึง ดังนั้นภาพล่างขวาน่าจะแก้ปัญหาได้ดีที่สุด แต่ก็ต้องถมปริมาตรดินที่เยอะมากขึ้น

หลักการสำคัญคือทำยังไงก็ได้ให้คนขับขับสบายและไม่เวียนหัว ไม่ใช่ว่าพอลงสะพานแล้วจะเตรียมตัวจะขึ้นเนินไปใหม่อีก อาจจะเวียนหัวได้ครับ

18/06/2026

จริงๆ แล้วค่า Super Elevation (S.E.) สามารถติดลบได้ ถ้าเรากำหนดทิศทางของการยกขอบนอกให้ชัดเจน เช่น ถ้าลาดไปทางซ้ายคือ - ลาดไปทางขวา คือ +

ดังนั้น ถ้าเราขับเลนซ้าย เวลาเราเลี้ยวซ้าย S.E. จะยกขอบนอกขวา ค่า S.E. ของเราก็จะติดลบ -6%

แต่ถ้าเราเลี้ยวขวา S.E. จะยกขอบนอกซ้าย ดังนั้น ค่า S.E. ของเราก็จะ +6% เป็นการบ่งชี้ว่าเราจะเลี้ยวซ้ายหรือเลี้ยวขวา ประเด็นจะมีนัยยะอยู่นะครับ

อย่างไรก็ตาม หน้างานจริง กรมทางหลวงจะให้ใช้ค่า absolute หรือค่า + ทั้งหมด เหมือนเป็นการบอกว่าคนก่อสร้างเขารู้อยู่แล้วว่าจะยกทางไหน ไม่ต้องระบุก็ได้ แต่เวลาเราสอนหนังสือ เราควรสอนอยู่นะครับ

17/06/2026

จริงๆ แล้วการกำหนดค่า Super Elevation ในแต่ละพื้นที่ของโครงการนั้นอยู่ที่การตีความจริงๆ ถ้าพื้นที่เมืองเราอาจจะกำหนด e max = 4% ในขณะที่พื้นที่ชานเมืองรถจะทำความเร็วได้มากกว่าเราอาจกำหนดค่า e max = 6% ซึ่งค่าการยก Super Elevation ของทั้ง 2 กรณีนี้จะต่างกัน แม้ค่า Design Speed และ R เท่ากัน

โดยเมื่อเปิดตารางใน AASHTO 2018 จะได้ว่า

emax = 4 % , V = 80 Kph, R = 400 เมตร ค่า S.E. = 3.8%
emax = 6% , V = 80 kph, R = 400 เมตร ค่า S.E. = 5.4%

การตีความว่า emax = 6% จะดูอุ่นใจกว่า แม้บางครั้งพื้นที่ที่เราออกแบบอยู่อาจเป็นพื้นที่เมืองก็ตาม

16/06/2026

โดยปกติแล้ว การวาง PG. ใกล้เกาะกลางเป็นสิ่งที่นักออกแบบส่วนใหญ่จะทำกัน แต่บางครั้งพอมา Set ค่าใน Civil 3D ก็อาจจะงงว่าเอาแบบไหน เพราะที่จริงแล้วเราตั้งใจจะหมุนขวาถ้าวิ่งซ้าย และหมุนซ้ายถ้าวิ่งขวา

จริงๆ แล้วเราควร Set ไปที่ Dividend Planar with median เพราะตรงกับแนวคิดของเราที่วางจุด PG. ใกล้เกาะกลาง แต่ในโปรแกรมมันจะคิดการยกทั้ง Planar การเลือกค่ามากรอกในแบบก็ต้องพิจารณาอีกทีหนึ่ง และอย่าลืมกำจัดพวกค่าความยาวโค้งน้อยๆ ที่น้อยกว่า 10 เมตร เพราะบางครั้งมันเกิดจากเส้น Fillet ในโปรแกรมเขาทำโค้งเล็กๆให้เอง ในหน้างานจริง พวกนี้แทบไม่มีผล

16/06/2026

พอดีวันนี้มีโอกาสเข้าไปทำธุระที่ ม.เกษตรศาสตร์ บางเขน แอบเห็นการตีเส้นจราจรสำหรับทางจักรยานเป็นสีเขียวทึบทั้งหมดทั้งเลนนอกและเลนใน แล้วมีกรวยตั้งตรงกลางระหว่างทางจักรยาน เลยไม่แน่ใจว่าเขาวิ่งกันยังไงกันแน่

พอดีว่าจะหยุดยืนดูการวิ่งของรถและจักรยานในพื้นที่นี้ซักแป๊บ เพื่อทำความเข้าใจกับแนวคิดของผู้ออกแบบ ซักแป๊บก็มีรถ BRT ขนาดเล็ก (มอเตอร์ไซค์รับจ้างแบบ EV) เข้ามาในเลนจักรยาน ถามว่า "ไปไหมครับ พี่" เราก็ เอ้า "ไปก็ไปครับ" เพราะเราก็จอดรถไว้ไกลอยู่

15/06/2026

เคยสังเกตุกันไหมครับ ว่าเวลาเรากลับรถส่วนใหญ่เราจะตีวงออกไปเลนกลางซะเป็นส่วนใหญ่ แทบจะไม่มีเลยที่เราจะกลับรถแล้วรถเราจะไปอยู่เลนในสุด อย่างน้อยต้องออกไปเลนกลางก่อน แล้วค่อยวกกลับมาเลนในสุดบางคนเอามันตีออกไปเลยนอกสุดเลยก็มี ดังนั้นการจำลองกระแสจราจรการกลับรถในโปรแกรม traffic simulation ควรคำนึงถึงสถานการณ์จริงในจุดพวกนี้ด้วย

ซึ่งกรณีการกลับรถเข้าสู่เลนกลางแบบนี้จะเกิด 2 Conflict points คือ 1 Merging และ 1 Crossing ตรงเลนด้านใน ซึ่งการทำ Taper Lane 70 เมตร และ Storage Lane 100 เมตรจะสามารถช่วยขจัดจุด Conflict points ดังกล่าวให้หมดไป ดังนั้นการหาจุด U-Turn บางทีเราก็ต้องหาที่ให้เหมาะๆ นะครับ ถ้าใต้สะพานก็ต้อง make sure ว่า Clearance ผ่าน 5.5 เมตร

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ โรงเรียน ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง โรงเรียน ใน Bangkok?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

เว็บไซต์

ที่อยู่


Bangkok
10800