26/09/2022
บทความดีค่า 👍🏻
“ความจนมันน่ากลัว !!”
ถ้าใครยังไม่เคยจน จะไม่มีทางเข้าใจเลย
หากไม่เคยมีโมเมนต์ที่ต้องมานั่งกังลว่า
"พรุ่งนี้จะเอาข้าวที่ไหนกิน"
"จะหาเงินที่ไหนมาใช้จ่ายในวันพรุ่งนี้"
คิดล่วงหน้าได้แค่วันต่อวันจริง ๆ
จะไม่เข้าใจเลยว่า “มันลำบากขนาดไหน”
สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ผมรู้สึกอิจฉาเพื่อนที่บ้านมันรวยมาก มีรถ ป้ายแดง 4 ประตู ดี ๆ ขับมามหาวิทยาลัยทุกวัน แถมเปลี่ยนเทอมละคันด้วย !!
แต่ผมกลับต้องทำงานพาร์ทไทม์ ขยันเรียนหนัก ๆ เพื่อเอาทุนเรียนฟรี และก็นั่งรถเมล์ฟรีไปเรียน !!
ผมจึงปณิธานกับตัวเองในวันที่ไม่มีเงินแม้แต่จะกินข้าว จนต้องไปยืนกินอาหารชมฟรีในห้าง แก้หิว !
ผมบอกกับตัวเองว่า "ผมจะต้อง รวยให้ได้"
เพราะ เวลาผมกลับมาบ้านพ่อแม่ของผมทำงานหนักมาก ตื่นตี 4 ทำน้ำเต้าหู้ไปขายในตลาดเช้า กลับมาบ่ายเตรียมลูกชิ้น และอาหารทอด ไปเตรียมขายที่ตลาดนัด ในตอนเย็น กว่าจะได้กลับมาบ้านก็เกือบ 2 ทุ่ม กลับมาก็ยังต้องเตรียมของไปขายในวันพรุ่งนี้ต่ออีก
ในทุกวันหยุด ผมต้องไปช่วยท่านขาย มันเหนื่อย มันร้อนมาก ๆ แถมเงินที่ได้ก็ไม่ได้เยอะขนาดนั้นด้วย !!
"ตอนนั้น คิดว่าทำไม ชีวิตมันลำบากแบบนี้วะ"
แต่บ่นไปก็ไม่ได้อะไร ในเมื่อเราเกิดมาแล้ว จะให้เรากลับไปเกิดใหม่เหมือนเล่นเกมส์ก็คงจะไม่ได้
และพ่อ แม่ ของเรา พวกท่านก็ทำเต็มที่ ที่สุดแล้ว เท่าที่พวกท่านจะสามารถทำได้ พวกท่านพยายามทำให้ลูก ๆ ได้อยู่สบายที่สุด และได้รับการศึกษาที่ดีที่สุด ทดแทนในส่วนที่พวกท่านก็ไม่ได้รับการศึกษามาก่อน เพราะพวกท่านรู้ดีว่า "การศึกษา วิชาความรู้ จะทำให้คนเราไม่ต้องลำบาก"
การจะไปโทษพวกเขา มันก็คงจะใจร้ายเกินไปหน่อย กับความตั้งใจ และความพยายามของพวกท่าน !!
ดังนั้น ผมจึงคิดว่า "ไหน ๆ พ่อแม่ ก็ส่งเสียให้เราได้มีการศึกษา อ่านออก เขียนได้แล้ว" ทำไมเราถึงไม่ใช้ "โอกาส" นี้
ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมเพื่อทำให้ตัวเองกลายเป็นคนจนรุ่นสุดท้ายของครอบครัวละ ถ้าพ่อ แม่ เราทำไม่ได้ ทำไมเราถึงจะไม่เป็นคน ๆ นั้นที่จะสานต่อทำให้มันสำเร็จ
เราอยากจะให้รุ่นลูก รุ่นหลาน ต้องมาลำบากแบบเราเหรอ
หรืออยากเห็นแก่ตัวปล่อยให้พ่อ แม่ ต้องลำบากไปเรื่อย ๆ จนแก่เหรอ !?
"มันก็คงจะไม่ใช่ !!"
จากวันนั้น จนถึงวันนี้ ผ่านมาประมาณ 6 ปีแล้ว ที่ผมตัดสินใจเอาจริงกับชีวิต
ในที่สุด จุดพลิกผันก็เกิดขึ้นกับชีวิตผมในปีที่ 5 ผมก็สามารถทำเงิน “ล้านแรก” ได้สำเร็จ โดยใช้เวลาเพียงไม่กี่เดือน ซึ่งตอนนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนสร้างเนื้อสร้างตัวให้มากขึ้น เพื่อปลดหนี้สินให้ที่บ้าน และทำให้ครอบครัวสบายมากยิ่งขึ้นด้วย !!
หากวันแรกที่เริ่มต้น ผมหยุดตัวเองด้วยคำว่า "ไม่มีเงินทุน บ้านเราไม่รวย เราคงทำอะไรไม่ได้หรอก"
ผลลัพธ์ในชีวิตของผมก็คงกลับทิศกลับทางไปอีกแบบนึงเลย แต่ในวันนั้นผมคิดแค่ว่า “จะต้องทำให้ได้” เพราะผมรู้ว่าผมทำไปเพื่อใคร ดังนั้นต่อให้ผมไม่มีเงินทุนมากมายอะไร แต่ผมก็ยังมี หนึ่งสมอง และสองมือ ที่จะออกไปลุยได้
มีบทพิสูจน์มากมายนับพัน นับหมื่นคน จากคนที่ต้นทุนติดลบ (บางคนหนักกว่าเราอีก) แต่ทำไมเขาถึงสามารถพลิกมาสร้างตัวเองให้ร่ำรวยได้ ถ้าเขาทำได้ แล้วทำไมเราถึงจะทำไม่ได้
เราก็แค่ไปดูว่า "พวกเขาทำได้อย่างไร"
ขั้นตอนก็แค่ ลอกเลีน "วิธีคิด" และ "วิธีการ" ที่พวกเขาทำก็สิ้นเรื่อง
ถ้าจะให้ผมสรุปมาเป็น 1 ข้อที่สำคัญที่สุดเลยก็คือ “ลงมือทำอย่างต่อเนื่อง” ไปจนถึงที่สุด มันไม่อะไรเกิดขึ้นได้ภายในข้ามคืน ทุกอย่างต้องใช้ระยะเวลาในการบ่มเพาะทั้งนั้น
ในหนังสือ “เพราะเป็นวัยรุ่นจึงเจ็บปวด” เขียนโดยอาจารย์คิมรันโด
มีประโยคหนึ่งเขียนเอาไว้ว่า “การฝึกต่าง ๆ เริ่มจากวันนี้ ไม่มีคำว่าพรุ่งนี้ ไม่ใช่พรุ่งนี้ แต่ต้องลงมือทำในวันนี้ ทีละเล็ก ทีละน้อย”
“วันนี้” จึงเป็นตัวแปรที่สำคัญมาก คนส่วนใหญ่มักชอบพูดว่าจะลงมือทำ “วันพรุ่งนี้” เหมือนกับคนที่อยากลดน้ำหนักชอบพูดติดปากว่า “กินวันนี้เป็นวันสุดท้าย พรุ่งนี้จะเลิกกินจริง ๆ แล้ว” ซึ่งพรุ่งนี้ ไม่เคยมาถึง และเกิดขึ้นจริง
คนส่วนใหญ่ที่อยากใช้ช่องทางออกไลน์ สร้างเงิน สร้างรายได้ให้กับตัวเองเหมือนผม มักจะเข้ามาด้วย ความตั้งใจ และเป้าหมายเดียวกัน
แต่ผมค้นพบว่า "มีน้อยคนมาก" จากในนั้นที่มาปรึกษาผม จะเดินทางไปถึงฝั่งฝัน ความแตกต่างระหว่างคนพวกนั้นคืออะไร
ไม่ใช่ความรู้ เพราะทุกคนก็ได้ความรู้จากผมไปเช่นกัน
ไม่ใช่เป้าหมาย เพราะทุกคนต่างก็มีเป้าหมายอยากให้ชีวิตดีขึ้นเหมือนกัน
ไม่ใช่ต้นทุน เพราะหลายคนที่สำเร็จ เริ่มต้นด้วยชีวิตที่ติดลบ
แต่มันต่างกันตรงที่ "ความตั้งใจ" ที่จะ "ลงมือทำทันที" และ "ลงมือทำอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ"
2 สิ่งนี้ที่มันแตกต่างกัน คนที่สำเร็จทุกคน ล้วนแล้วแต่ "กัดไม่ปล่อย" เพราะเขามีปณิธานอันแรงกล้าว่า "ทุกวันนี้ เขาทนเหนื่อย ทนลำบาก ทนเจ็บปวด และพยายาม ไปเพื่ออะไร และเพื่อใคร"
การตั้งใจทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง คำว่า “ตั้งแต่พรุ่งนี้” เป็นเพียงการปลอบใจตัวเองเท่านั้น !!
ดังนั้น อย่ารอให้ทุกอย่างพร้อม ทำตอนนี้เลย ทำเท่าที่สามารถทำได้ไปก่อน ทำไปทีละเล็ก ทีละน้อย ค่อย ๆ เก็บเล็กผสมน้อย และบ่มเพราะความสำเร็จไปเรื่อย ๆ
ดอกไม้ยังต้องใช้เวลาในการเบ่งบานเลย แล้วจะนับประสาอะไรกับ “ความสำเร็จ” ไม่มีหรอกความสำเร็จในชั่วข้ามคืน ไอ้ที่มันเกิดขึ้นในข้ามคืน ก่อนหน้านั้นพวกเขาเหล่านั้น เจ็บมาเท่าไหร่ บ่มเพาะมาเท่าไหร่ ฝึกมาเท่าไหร่ พยายามจนมีบาแผลเต็มตัว และจิตใจไปมากขนาดไหนแล้ว
ในวันที่คนสำเร็จพยายาม คุณไม่เคยเห็น เพราะมันมืดทึบ
แต่ในวันที่พวกเขาสำเร็จ มันสว่างไง ทุกคนจึงสังเกตเห็น และคิดว่า "เขาโชคดีที่ทำมันได้ในข้ามคืน"
#พ่อมดคอนเทนต์
05/12/2019
05/12/2019
05/12/2019
12/04/2019
03/07/2018