WEALTH66

WEALTH66

แชร์

ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเงิน วางแผนเก

26/06/2026


16:45PM
จากตรงนี้สามารถยืนยันได้ว่ากราฟนี้ข้าม Dow TF5M เป็นขาขึ้น แนวต้านต่อไปที่จะไป Test คือ 4097 นี่คือ Dow บอกเรา
จากตรงนี้ Elliott บอกเราว่ากราฟนี้ที่ขึ้นนั้นอาจจะเป็น i ii หรือ a b ของ TF5M เพื่อไป iii หรือ c ที่แนวต้าน 4097 โดยตรงนี้เราก็ต้องใช้ TF5M ดูว่าคุณลักษณะที่กำลังขึ้นนั้นเป็น iii หรือ c ดูอย่างไร อันนี้ขี้เกียจเขียนละเชื่อว่าคนติดตามมาเรื่อยๆสามารถบอกได้
จากนี้สมมุติกราฟข้าม 4097 ตรงที่เรา Lable i ii หรือ a b ก็จะเปลี่ยนเป็น นับ 1 2 หรือ A B ที่ใหญ่ขึ้นมาหน่อยใน TF15M แทน ถ้าเปลี่ยนแล้วมา update ให้ แตตอนนี้ขาขึ้นใน 5M มาละ แล้วมีแนวรับที่ยกตัวสูงขึ้นคือ 3983
ขึ้นต่อไหม ส่วนใหญ่แล้วก็จะขึ้นต่อตามสถิติไป Test แนวต้านถัดไป จะ Buy ตรงไหน เงินของท่าน พอร์ตของท่าน ตัดสินใจเองไม่ต้องถาม
สิ่งหนึ่งเป็นความรู้ไว้จะสังเกต เมื่อวานนี้ระหว่างรอข่าวนั้นกราฟทำสามเหลี่ยม ทฤษฏีที่ว่ากราฟเข้ามาทางไหน เมื่อทำสามเหลี่ยมจะดำเนินไปทางที่เข้ามา คือกราฟนี้เข้ามาในทางลงพอทำสามเหลี่ยมสมควรลงต่อ แต่สิ่งที่เราได้เห็นกลับตรงข้ามคือขึ้น นี่คือสิ่งที่ผมอยากบอกเสมอเวลาทำสามเหลี่ยม เข้าทางไหนออกทางนั้นอันนั้นเป็นแค่สถิติที่ดีกว่าคือ 60% แต่ก็สามารถออกทางตรงข้ามได้ 40% ซึ่งเมื่อวานถือว่าออกทางตรงข้าม เพราะ กราฟวิ่งด้วย Fund ไม่ได้วิ่งด้วย Technic นะ ดังนั้นกราฟเมื่อวานเป็นตัวอย่างที่ดี
ขา Buy รอลุ้นต่อไปว่าสามารถข้ามแนวต้านถัดไปได้ไหม ซึ่งกราฟนี้ก็จะเสียทรงถ้าหลุด 3983 นี่คือ Dow แนวรับที่บอกเรา



16:45PM
จากตรงนี้สามารถยืนยันได้ว่ากราฟนี้ข้าม Dow TF5M เป็นขาขึ้น แนวต้านต่อไปที่จะไป Test คือ 4097 นี่คือ Dow บอกเรา

จากตรงนี้ Elliott บอกเราว่ากราฟนี้ที่ขึ้นนั้นอาจจะเป็น i ii หรือ a b ของ TF5M เพื่อไป iii หรือ c ที่แนวต้าน 4097 โดยตรงนี้เราก็ต้องใช้ TF5M ดูว่าคุณลักษณะที่กำลังขึ้นนั้นเป็น iii หรือ c ดูอย่างไร อันนี้ขี้เกียจเขียนละเชื่อว่าคนติดตามมาเรื่อยๆสามารถบอกได้

จากนี้สมมุติกราฟข้าม 4097 ตรงที่เรา Lable i ii หรือ a b ก็จะเปลี่ยนเป็น นับ 1 2 หรือ A B ที่ใหญ่ขึ้นมาหน่อยใน TF15M แทน ถ้าเปลี่ยนแล้วมา update ให้ แตตอนนี้ขาขึ้นใน 5M มาละ แล้วมีแนวรับที่ยกตัวสูงขึ้นคือ 3983

ขึ้นต่อไหม ส่วนใหญ่แล้วก็จะขึ้นต่อตามสถิติไป Test แนวต้านถัดไป จะ Buy ตรงไหน เงินของท่าน พอร์ตของท่าน ตัดสินใจเองไม่ต้องถาม

สิ่งหนึ่งเป็นความรู้ไว้จะสังเกต เมื่อวานนี้ระหว่างรอข่าวนั้นกราฟทำสามเหลี่ยม ทฤษฏีที่ว่ากราฟเข้ามาทางไหน เมื่อทำสามเหลี่ยมจะดำเนินไปทางที่เข้ามา คือกราฟนี้เข้ามาในทางลงพอทำสามเหลี่ยมสมควรลงต่อ แต่สิ่งที่เราได้เห็นกลับตรงข้ามคือขึ้น นี่คือสิ่งที่ผมอยากบอกเสมอเวลาทำสามเหลี่ยม เข้าทางไหนออกทางนั้นอันนั้นเป็นแค่สถิติที่ดีกว่าคือ 60% แต่ก็สามารถออกทางตรงข้ามได้ 40% ซึ่งเมื่อวานถือว่าออกทางตรงข้าม เพราะ กราฟวิ่งด้วย Fund ไม่ได้วิ่งด้วย Technic นะ ดังนั้นกราฟเมื่อวานเป็นตัวอย่างที่ดี

ขา Buy รอลุ้นต่อไปว่าสามารถข้ามแนวต้านถัดไปได้ไหม ซึ่งกราฟนี้ก็จะเสียทรงถ้าหลุด 3983 นี่คือ Dow แนวรับที่บอกเรา

26/06/2026

😍ใครสนใจ...สอบถามและลงทะเบียนภายในวันนี้นะค้าาา 😍

🎯RSI : Divergence🎯
👉 Indicator คืออะไร? , RSI คืออะไร?
👉 Over bought / Over Sold คืออะไร?
👉 Divergence และ Convergence คืออะไร?
👉 กับดัก Divergence ที่คุณต้องรู้
👉 ฝึกวางแผนการเทรด โดยใช้อินดิเคเตอร์ RSI Divergence
📝วันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2569
⏰เวลา 19:30 - 21:30 น.

-----------------------------------------------------------------
ติดต่อเราที่ Inbox เพจ WEALTH66 : https://www.facebook.com/Wealth66Official

*การลงทุนมีความเสี่ยงนักลงทุนควรศึกษาข้อมูลความเสี่ยงให้ดีทุกครั้งก่อนการลงทุน*

#เทรดสั้น
#ทองคำ #ฟอเร็กซ์ #เทรดสกุลเงิน

26/06/2026

#เดารายวัน

สวัสดีไฮโซชาวดอย เมื่อวานนี้ทองเปิดตลาดที่ 3999 ลงไปทำ Low 3963 แล้วขึ้นมาทำ High 4044 ก่อนที่จะปิดที่ 4026 บวกมา +27USD

เมื่อวานนี้ทองขึ้นมาเล็กน้อยหลังจากประกาศ Core PCE เท่าคาด คือเงินเฟ้อสูงขึ้น จริงๆสมควรจะลงถ้าเราดูจากตัวเลขขอสวัสดิการณ์แรงงานที่น้อยลงแปลว่าแรงงานนั้นแข็งแรงขึ้นทองน่าจะลง และ GDP ที่สูงกว่าคาดแปลว่าเงินเฟ้อสูงขึ้นกดดันให้ FED ขึ้นดอกเบี้ยเร็วขึ้นทองก็น่าจะลง แต่เวลาตีความนั้นแตกต่างกันตรงที่ว่าคำว่า GDP สูงขึ้นไม่ได้แค่หมายความว่าเงินเฟ้อสูงขึ้นอย่างเดียว แต่ก็ตีความหมายได้ว่าเศรษฐกิจไม่ได้ถดถอยอย่างที่กังวลเพราะทองนั้นไม่น่าลงทุนในภาวะที่เศรษฐกิจที่ถดถอย ดังนั้นเวลาตีความมันค่อนข้างจะซับซ้อน แต่เราสามารถจับจุดได้ว่าเทรนของ นลท นั้นตอนนี้กังวลเรื่องอะไรและมองเรื่องอะไรเป็นหลัก

เมื่อวานเห็นมีคำถามเกี่ยวกับ Fund อย่างเช่นว่าสงครามหยุดชั่วคราวน้ำมันลงแล้ว เงินเฟ้อจะลงทองจะขึ้นเลยไหม ตีความแบบนี้ถูกหรือไม่ อันนี้ไม่ถูก เราต้องเข้าใจเศรษฐกิจว่ามันไม่ได้กลับตัวเหมือนเราลุกจากที่นอน ยกตัวอย่างสงครามเกิดต้นมีนา ส่งผลให้ราคาน้ำมันสูงขึ้นไปถึง 110-120 และสงครามใช้เวลามาถึงวันนี้ ประมาณกว่า 100 วันแล้วได้เซ็นสัญญาเมื่ออาทิตย์ที่ผ่าน ในระหว่างสงครามเกิดราคาน้ำมันนั้นเพิ่มสูงขึ้น หลายธุรกิจอาจจะล้ม แต่บางธุรกิจนั้นอาจจะยังคงอยู่แต่เริ่มจะขอขึ้นราคาสินค้า จากวันที่เกิดจนราคาสินค้าเริ่มเพิ่มขึ้นหรือที่เราเรียกว่าเงินเฟ้อนั้นใช้เวลาประมาณ 65 วัน ซึ่ง FED ก็ report ออกมาว่าค่าเงินเฟ้อสูงขึ้น แปลว่ากว่าจะกระทบเศรษฐกิจหรือครัวเรือนที่ต้องจ่ายสูงขึ้นใช้เวลเกือบ สองเดือนกว่าจะมาถึง

ถ้าเปรียบขอเปรียบเป็น ซึนามิ นะจะได้เห็นภาพ เกิดแผ่นดินไหวก่อนคือรอยเลื่อนยกตัว ในที่นี้เปรียบเสมือนสงคราม -->Shock supply oil-->น้ำมันขึ้น เมื่อเกิดการเคลื่อนตัวของรอยเลื่อนก็จะเกิดการก่อตัวของคลื่นซึ่งจะค่อยๆสูงขึ้นสูงขึ้นเรื่อยๆ เปรียบเสมือนกับเงินเฟ้อ แต่แล้วรอยเลือนหรือแผ่นดินไหวก็เริ่มหยุดลง หรือสงคามจบ แต่คลื่นนั้นก็ยังก่อตัวสูงขึ้นจาก Momentum ของการเคลื่อนไหวหรือผลกระทบ จากนั้นก็จะเคลื่อนที่ ในขณะที่เคลื่อนที่ก็ยังก่อตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ ด้วย Momentum ซึ่งเราตอนนี้อยู่จุดนี้ เหมือนคลื่นก่อตัวที่กลางทะเลแล้วค่อยๆทำ High สูงสุด เปรียบเสมือนเงินเฟ้อปัจจุบัน ในระหว่างก่อตัวสูงสุดก็จะเริ่มเลื่อนไปข้างหน้าจนเกิดคลื่นใหญ่ที่สุดแล้วขึ้นมากระทบฝั่งส่งผลให้เกิดความเสียหาย แล้วก็ยังมีคลื่นเล็กๆตามมาจนหมดไป เปรียบเสมือนเงินเฟ้อในปัจจุบันนั้นถึงแม้สงครามหยุดลง แต่ผลกระทบนั้นพึ่งเริ่มก่อตัวสูงขึ้นแล้วพร้อมที่จะพัดเข้าสู่ฝั่งเพื่อทำลาย....เมื่อเราเข้าใจภาพนี้เราก็จะเข้าใจว่า OK นะ เรายังไม่ได้เจอผลกระทบสูงสุดเลย มันกำลังเคลื่อนที่มาหาเราต่างหาก แต่ที่เรารู้แผ่นดินไหวหยุดจะไม่มีคลื่นใหญ่กว่านี้ แต่จะก็มีคลื่นเล็กๆตามมาเพราะสงครามหยุด ดังนั้นเงินเฟ้อจบหรือยัง ยังกำลังก่อตัวสูงสุดแล้วกำลังเคลื่อนที่มาหาเราเพื่อทำลาย

เมื่อเงินเฟ้อกำลังจะทำคลื่นสูงสุด FED ทราบและมีวิธีการป้องกันไม่ให้เสียหายเยอะคือการลดสภาพคล่องในการเงิน โดยการคงอัตราดอกเบี้ย และทำ QT แต่ถ้ายอดคลื่นของเงินเฟ้อสูงขึ้นเรื่อยๆไม่จบซะที FED ก็จะใช้เครื่องป้องกันอีกชิ้น คือขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อดึงสภาพคล่องหรือเงินในตลาดให้กลับเข้ามาสู่ FED เพื่อป้องกันผลกระทบจากคลื่นนี้ มาตราการเหล่าเพื่อดึงคลื่นเงินเฟ้อให้ลดลงและทำความเสียหายได้น้อยลง ซึ่งมาตราการเหล่านี้เป็นผลลบกับราคาทองในทางลบ เพราะเมื่อเงินไหลกลับไปสู่ FED สภาพคล่องในตลาดน้อยลง การลงทุนก็น้อยลง นลท จะวิ่งไปหา Bond ที่การันตีรายได้หรือดอกเบี้ยที่เป็น Real Yeild (ดอกเบี้ย-เงินเฟ้อ) ดีกว่าที่จะถือทองที่ไม่ได้การรันตีรายได้

ดังนั้นเราจึงเห็นมาตราการของ FED ที่มีผลสำรวจของ CME ที่ว่า FED อาจจะคงดอกเบี้ยทั้งปี ปีนี้ และอาจจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนธันวาหรือว่าเร็วกว่านี้ถ้าเงินเฟ้อนั้นสูงขึ้น

ที่นี้จากตรงนี้เราต้องเข้าใจเพิ่มอีกว่า ด้วยเราอยู่ในตลาดของการเก็งกำไร ราคาทองที่เราเห็นตอนนี้ที่ราคาที่ลงมารุนแรงนี้เพราะเชื่อว่า FED จะขึ้นดอกเบี้ย 1 ครั้งประมาณ​ธันวา เราเรียกว่า Price in คือ Bet ว่าขึ้นแน่ แต่ถ้าไม่ขึ้นทองก็เด้งกลับ ที่นี้เราจะรู้ว่าขึ้นหรือไม่ขึ้นก็คือตัวเลขเศรษฐกิจที่จะประกาศเรื่อยๆจะเป็นสิ่งที่ค่อยๆบอกว่าแนวโน้มจะเป็นอย่างไร ดังนั้นเราต้องเข้าใจสถานะปัจจุบันว่า ราคาทองนั้น Price in ไปแล้วว่า FED ขึ้นดอกเบี้ยสิ้นปี นี่คือสิ่งที่เราเรียกว่า Sell on rumor แล้วถ้าธันวา FED ขึ้นดอกเบี้ยจริงๆถามว่าทองจะลงไหม ไม่ลงเพราะมัน Price in ไปแล้วแต่จะเกิดทองขึ้นแทนเพราะ Buy on fact หรือถ้าเป็นคำไทยเราใช้ว่า "ซื้อที่ข่าวลือ ขายที่ข่าวจริง" แต่ทองตอนนี้คือ "ขายที่ข่าวลือ ซื้อที่ข่าวจริง"

โห...ชั้นเขียนอะไรเยอะแยะยนี่ สรุปง่ายๆในเชิงของ Fund ยังเป็นลบ แต่ด้วยประกาศ Core PCE เท่าคาดนั้น เค้าได้ ขายที่ข่าวลือไปแล้ว ตอนนี้เราเลยเห็นเด้งที่ข่าวจริงว่าประกาศเท่าคาด

ในทาง Technical ด้วย Fundamental นั้นยังเป็นลง ดังนั้นทุกครั้งที่เด้งคือ Technical rebound คือเด้งตาม Technic แล้วก็ลงตาม Fund ดังนั้นไม่ต้องถามว่าเด้งเพื่อลงไหม แน่นอนแทบไม่ต้องถาม ปัญหาแค่ว่ามันเด้งไปได้แค่ไหนก่อนที่จะลง

ที่นี้เราก็เริ่มด้วยโครงสร้าง
TF Week พักตัว แนวรับ 3886
TF Day ขาลงแนวรับ 3959 / แนวต้าน 4889
TF 4H ขาลง แนวรับ 3959 / แนวต้าน 4382
TF1H ขาลง แนวรับ 3959 / แนวต้าน 4220
TF15M ขาลง แนวรับ 3959 / แนวต้าน 4097
TF5M ขาลง แนวรับ 3959 / แนวต้าน 4042

เราเห็นโครงสร้างขาขึ้นหรือไม่ ไม่!!!! แล้วทำไมชอบถามกันว่า Buy ได้หรือยัง Buy ที่ไหน คุณเห็นโครงสร้างหรือไม่ว่าขึ้น ไม่มี แต่ด้วยคิดว่ามันน่าจะ Rebound ทาง Technic บ้าง ก็อยาก Buy ทีนี้ถ้า Buy มันจะไปไหน โครงสร้างก็บอกอยู่ว่ามันจะไปไหน โดยทฤษฏีของ Dow ถ้าข้าม Dow 5M ที่ 4042 ก็มีแนวโน้มไป Test แนวต้าน 15M ที่ 4097 ถ้าข้ามแนวต้าน Dow 15M ที่ 4097 ก็มีแนวโน้ทไป Test 4220 ถ้าเราตั้งใจอ่านที่เขียนจริงๆ คำถามที่ว่าขึ้นแล้วไปไหนก็จะไม่มีถามต่อ ดังนั้นตั้งใจอ่านก่อน ถ้าไม่เข้าใจก็อ่านสัก 10 เที่ยวแล้วค่อยถาม แต่ขอให้ตั้งใจอ่านก่อน เพราะผู้เขียนตั้งใจเขียนนะ

ทีนี้ในทาง Technica เราสามารถใช้ทฤษฏีอื่นมาประกอบว่ากราฟนั้นอาจจะไปไหนต่อ ซึ่งก็ต่อยอดของสิ่งที่เรารู้ตือแนวรับต้านของ Dow เราอาจจะใช้ Elliott มาช่วยเพื่ออธิบายแล้วหาจุดที่เข้าออก Order ได้ดีขึ้น ซึ่งจริงๆแล้ว Elliott ก็ไม่ใช่เทพอะไร มันแค่เป็นทฤษฏีที่ช่วยขยาย Dow ให้ชัดเจนขึ้น ถ้าให้คำจำกัดความคือประมาณนี้

Dow Theory เป็น "ทฤษฎีมหภาค" (Macro Theory) ที่อธิบายว่าตลาดเคลื่อนไหวเป็นแนวโน้มและมีลำดับชั้นของแนวโน้ม ส่วน Elliott Wave เป็น "ทฤษฎีจุลภาค" (Micro Structure Theory) ที่อธิบายโครงสร้างภายในของแต่ละแนวโน้มอย่างละเอียด ตั้งแต่จำนวนคลื่น รูปแบบของคลื่น ไปจนถึงความสัมพันธ์เชิงสัดส่วนของคลื่น

กล่าวอีกนัยหนึ่ง Elliott ไม่ได้ล้มล้าง Dow Theory แต่ขยาย Dow Theory จากการบอกว่า "ตลาดมีแนวโน้ม" ไปสู่การอธิบายว่า "แนวโน้มนั้นประกอบด้วยโครงสร้างแบบใดและเกิดซ้ำในทุกระดับของเวลา"

คนอ่านมาถึงตรงนี้บอกได้เลยว่า มึนตึ๊บ 555
อ่าน --> คิด--> เข้าใจ ถ้าไม่เข้าใจ
อ่าน --> คิด--> เข้าใจ ถ้าไม่เข้าใจ
อ่าน --> คิด--> เข้าใจ ถ้าไม่เข้าใจ
อ่าน --> คิด--> เข้าใจ ถ้าไม่เข้าใจ
ไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็เข้าใจ

ในมุมของ Elliott เรายังสัญนิฐานว่าเป็น (B) สีฟ้า เพราะถ้าใช้ Fibo Extension วัด ABC สีเหลืองยังอยู่ที่ 100% และถ้าวัดจาก 4023-4382 ที่ลงมายังลงไม่ถึง 123.6% ที่ 3938 ดังนั้นยังสามารถมองได้ว่าที่เราเห็นนี้คือ Flat ที่มี Strong (B)

จาก (B) เราจะไปขึ้น (C) จะประกอบด้วย 12345 สีเหลือง ซึ่ง ณ​ ปัจจุบันนี้ บอกได้ว่าจบ (B) หรือไม่ ไม่!!! แต่จะบอกได้ต่อเมื่อเริ่มทำลายแนวต้านของ Dow โดยเริ่มจาก Dow 5M ที่ 4042 Dow 15M ที่ 4097 ซึ่งถ้าไม่ข้ามกราฟนี้ก็ยังลงต่อไม่จบ (B) หรือไม่ใช่ (B) ก็ได้เพราะเราเป็นโครงสร้างขาลง แล้ว Elliott ตัวเลขหรือ Lable ก็จะเปลี่ยนไปทุกครั้งที่ข้ามหรือหลุด Dow

สมมุติ ว่าข้าม 4042/4097 แนวโน้มเป็น (B) ไหม ใช่แนวโน้มเป็น (B) แล้ว (C) จะไปจบตรงไหน ที่แรกที่ (C) จบได้คือแนวต้านของ Dow 1H เพราะปัจจุบันเราอยู่ที่โครงสร้างขาลง 1H ซึ่งแนวต้าน 1H คือ 4220 นี่คือจุดแรกที่อาจจะจบ (C)

แต่...ถ้ามีข่าวที่เป็นบวก อย่างเช่นตัวเลขเศรษฐกิจออกมาไม่ดีทำให้ทอง Rebound ได้อีกก็อาจจะข้าม 4220 ไปที่แนวต้าน 4382 ซึ่งนั่นเป็นแนวต้าน 4H และถ้าเป็น Flat ก็อาจจะสามารถขึ้นถึงเพราะกฏคือสามารถไปได้ 100% หรือสูงกว่าของ Total wave (B) ก็คือ 4382 นั่นเอง

ทีนี้จะวางแผนเทรดอย่างไร อันนี้ขึ้นอยู่กับ Trade set up ของแต่ละคน การที่จะถามว่า Buy ได้หรือยัง Buy ตรงไหน อันนี้เงินคุณ ตัดสินใจเอง ไม่ต้องถาม เพราะถามมาก็ไม่ตอบ เราเพียงแต่บอกได้ว่าในทาง Technic ถ้าข้าม 4042 ไปแล้วทำลายขาลง 5M ย่อมาน่า Buy เพราะในเชิงสถิตินั้นมักจะขึ้นต่อไป Test แนวต้าน TF15M ที่ 4097 แล้วถ้าข้าม 4097 ก็ย่อมาน่า Buy เพราะสถิติบอกว่าแนวโน้มจะไป Test 4220 นั่นคือบอกได้ตามสถิติ แต่จะมาตรงไหมไม่รู้

ปัจจุบันไม่ข้ามสักแนวก็ต้องรอกราฟเฉลย แต่ถ้าถามว่าส่วนตัวชอบอะไร ชอบ Buy มากกว่านิดนึง แต่ก็รอจุดย่อที่ได้เปรียบเช่นกัน

วันนี้ยาวมากเลย แต่ก็ถือว่าเป็นความรู้ที่แบ่งปันให้ ถ้ามีประโยชน์ก็ copy เก็บไว้ ถ้าไม่เข้สใจก็อ่านสัก 10-20 เที่ยว ค่อยๆเกะไปทีละตัว

ขอพระเจ้าอวยพร🇹🇭🇹🇭🇹🇭

#เดารายวัน

สวัสดีไฮโซชาวดอย เมื่อวานนี้ทองเปิดตลาดที่ 3999 ลงไปทำ Low 3963 แล้วขึ้นมาทำ High 4044 ก่อนที่จะปิดที่ 4026 บวกมา +27USD

เมื่อวานนี้ทองขึ้นมาเล็กน้อยหลังจากประกาศ Core PCE เท่าคาด คือเงินเฟ้อสูงขึ้น จริงๆสมควรจะลงถ้าเราดูจากตัวเลขขอสวัสดิการณ์แรงงานที่น้อยลงแปลว่าแรงงานนั้นแข็งแรงขึ้นทองน่าจะลง และ GDP ที่สูงกว่าคาดแปลว่าเงินเฟ้อสูงขึ้นกดดันให้ FED ขึ้นดอกเบี้ยเร็วขึ้นทองก็น่าจะลง แต่เวลาตีความนั้นแตกต่างกันตรงที่ว่าคำว่า GDP สูงขึ้นไม่ได้แค่หมายความว่าเงินเฟ้อสูงขึ้นอย่างเดียว แต่ก็ตีความหมายได้ว่าเศรษฐกิจไม่ได้ถดถอยอย่างที่กังวลเพราะทองนั้นไม่น่าลงทุนในภาวะที่เศรษฐกิจที่ถดถอย ดังนั้นเวลาตีความมันค่อนข้างจะซับซ้อน แต่เราสามารถจับจุดได้ว่าเทรนของ นลท นั้นตอนนี้กังวลเรื่องอะไรและมองเรื่องอะไรเป็นหลัก

เมื่อวานเห็นมีคำถามเกี่ยวกับ Fund อย่างเช่นว่าสงครามหยุดชั่วคราวน้ำมันลงแล้ว เงินเฟ้อจะลงทองจะขึ้นเลยไหม ตีความแบบนี้ถูกหรือไม่ อันนี้ไม่ถูก เราต้องเข้าใจเศรษฐกิจว่ามันไม่ได้กลับตัวเหมือนเราลุกจากที่นอน ยกตัวอย่างสงครามเกิดต้นมีนา ส่งผลให้ราคาน้ำมันสูงขึ้นไปถึง 110-120 และสงครามใช้เวลามาถึงวันนี้ ประมาณกว่า 100 วันแล้วได้เซ็นสัญญาเมื่ออาทิตย์ที่ผ่าน ในระหว่างสงครามเกิดราคาน้ำมันนั้นเพิ่มสูงขึ้น หลายธุรกิจอาจจะล้ม แต่บางธุรกิจนั้นอาจจะยังคงอยู่แต่เริ่มจะขอขึ้นราคาสินค้า จากวันที่เกิดจนราคาสินค้าเริ่มเพิ่มขึ้นหรือที่เราเรียกว่าเงินเฟ้อนั้นใช้เวลาประมาณ 65 วัน ซึ่ง FED ก็ report ออกมาว่าค่าเงินเฟ้อสูงขึ้น แปลว่ากว่าจะกระทบเศรษฐกิจหรือครัวเรือนที่ต้องจ่ายสูงขึ้นใช้เวลเกือบ สองเดือนกว่าจะมาถึง

ถ้าเปรียบขอเปรียบเป็น สึนามิ นะจะได้เห็นภาพ เกิดแผ่นดินไหวก่อนคือรอยเลื่อนยกตัว ในที่นี้เปรียบเสมือนสงคราม -->Shock supply oil-->น้ำมันขึ้น เมื่อเกิดการเคลื่อนตัวของรอยเลื่อนก็จะเกิดการก่อตัวของคลื่นซึ่งจะค่อยๆสูงขึ้นสูงขึ้นเรื่อยๆ เปรียบเสมือนกับเงินเฟ้อ แต่แล้วรอยเลือนหรือแผ่นดินไหวก็เริ่มหยุดลง หรือสงคามจบ แต่คลื่นนั้นก็ยังก่อตัวสูงขึ้นจาก Momentum ของการเคลื่อนไหวหรือผลกระทบ จากนั้นก็จะเคลื่อนที่ ในขณะที่เคลื่อนที่ก็ยังก่อตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ ด้วย Momentum ซึ่งเราตอนนี้อยู่จุดนี้ เหมือนคลื่นก่อตัวที่กลางทะเลแล้วค่อยๆทำ High สูงสุด เปรียบเสมือนเงินเฟ้อปัจจุบัน ในระหว่างก่อตัวสูงสุดก็จะเริ่มเลื่อนไปข้างหน้าจนเกิดคลื่นใหญ่ที่สุดแล้วขึ้นมากระทบฝั่งส่งผลให้เกิดความเสียหาย แล้วก็ยังมีคลื่นเล็กๆตามมาจนหมดไป เปรียบเสมือนเงินเฟ้อในปัจจุบันนั้นถึงแม้สงครามหยุดลง แต่ผลกระทบนั้นพึ่งเริ่มก่อตัวสูงขึ้นแล้วพร้อมที่จะพัดเข้าสู่ฝั่งเพื่อทำลาย....เมื่อเราเข้าใจภาพนี้เราก็จะเข้าใจว่า OK นะ เรายังไม่ได้เจอผลกระทบสูงสุดเลย มันกำลังเคลื่อนที่มาหาเราต่างหาก แต่ที่เรารู้แผ่นดินไหวหยุดจะไม่มีคลื่นใหญ่กว่านี้ แต่จะก็มีคลื่นเล็กๆตามมาเพราะสงครามหยุด ดังนั้นเงินเฟ้อจบหรือยัง ยังกำลังก่อตัวสูงสุดแล้วกำลังเคลื่อนที่มาหาเราเพื่อทำลาย

เมื่อเงินเฟ้อกำลังจะทำคลื่นสูงสุด FED ทราบและมีวิธีการป้องกันไม่ให้เสียหายเยอะคือการลดสภาพคล่องในการเงิน โดยการคงอัตราดอกเบี้ย และทำ QT แต่ถ้ายอดคลื่นของเงินเฟ้อสูงขึ้นเรื่อยๆไม่จบซะที FED ก็จะใช้เครื่องป้องกันอีกชิ้น คือขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อดึงสภาพคล่องหรือเงินในตลาดให้กลับเข้ามาสู่ FED เพื่อป้องกันผลกระทบจากคลื่นนี้ มาตราการเหล่าเพื่อดึงคลื่นเงินเฟ้อให้ลดลงและทำความเสียหายได้น้อยลง ซึ่งมาตราการเหล่านี้เป็นผลลบกับราคาทองในทางลบ เพราะเมื่อเงินไหลกลับไปสู่ FED สภาพคล่องในตลาดน้อยลง การลงทุนก็น้อยลง นลท จะวิ่งไปหา Bond ที่การันตีรายได้หรือดอกเบี้ยที่เป็น Real Yeild (ดอกเบี้ย-เงินเฟ้อ) ดีกว่าที่จะถือทองที่ไม่ได้การรันตีรายได้

ดังนั้นเราจึงเห็นมาตราการของ FED ที่มีผลสำรวจของ CME ที่ว่า FED อาจจะคงดอกเบี้ยทั้งปี ปีนี้ และอาจจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนธันวาหรือว่าเร็วกว่านี้ถ้าเงินเฟ้อนั้นสูงขึ้น

ที่นี้จากตรงนี้เราต้องเข้าใจเพิ่มอีกว่า ด้วยเราอยู่ในตลาดของการเก็งกำไร ราคาทองที่เราเห็นตอนนี้ที่ราคาที่ลงมารุนแรงนี้เพราะเชื่อว่า FED จะขึ้นดอกเบี้ย 1 ครั้งประมาณ​ธันวา เราเรียกว่า Price in คือ Bet ว่าขึ้นแน่ แต่ถ้าไม่ขึ้นทองก็เด้งกลับ ที่นี้เราจะรู้ว่าขึ้นหรือไม่ขึ้นก็คือตัวเลขเศรษฐกิจที่จะประกาศเรื่อยๆจะเป็นสิ่งที่ค่อยๆบอกว่าแนวโน้มจะเป็นอย่างไร ดังนั้นเราต้องเข้าใจสถานะปัจจุบันว่า ราคาทองนั้น Price in ไปแล้วว่า FED ขึ้นดอกเบี้ยสิ้นปี นี่คือสิ่งที่เราเรียกว่า Sell on rumor แล้วถ้าธันวา FED ขึ้นดอกเบี้ยจริงๆถามว่าทองจะลงไหม ไม่ลงเพราะมัน Price in ไปแล้วแต่จะเกิดทองขึ้นแทนเพราะ Buy on fact หรือถ้าเป็นคำไทยเราใช้ว่า "ซื้อที่ข่าวลือ ขายที่ข่าวจริง" แต่ทองตอนนี้คือ "ขายที่ข่าวลือ ซื้อที่ข่าวจริง"

โห...ชั้นเขียนอะไรเยอะแยะยนี่ สรุปง่ายๆในเชิงของ Fund ยังเป็นลบ แต่ด้วยประกาศ Core PCE เท่าคาดนั้น เค้าได้ ขายที่ข่าวลือไปแล้ว ตอนนี้เราเลยเห็นเด้งที่ข่าวจริงว่าประกาศเท่าคาด

ในทาง Technical ด้วย Fundamental นั้นยังเป็นลง ดังนั้นทุกครั้งที่เด้งคือ Technical rebound คือเด้งตาม Technic แล้วก็ลงตาม Fund ดังนั้นไม่ต้องถามว่าเด้งเพื่อลงไหม แน่นอนแทบไม่ต้องถาม ปัญหาแค่ว่ามันเด้งไปได้แค่ไหนก่อนที่จะลง

ที่นี้เราก็เริ่มด้วยโครงสร้าง
TF Week พักตัว แนวรับ 3886
TF Day ขาลงแนวรับ 3959 / แนวต้าน 4889
TF 4H ขาลง แนวรับ 3959 / แนวต้าน 4382
TF1H ขาลง แนวรับ 3959 / แนวต้าน 4220
TF15M ขาลง แนวรับ 3959 / แนวต้าน 4097
TF5M ขาลง แนวรับ 3959 / แนวต้าน 4042

เราเห็นโครงสร้างขาขึ้นหรือไม่ ไม่!!!! แล้วทำไมชอบถามกันว่า Buy ได้หรือยัง Buy ที่ไหน คุณเห็นโครงสร้างหรือไม่ว่าขึ้น ไม่มี แต่ด้วยคิดว่ามันน่าจะ Rebound ทาง Technic บ้าง ก็อยาก Buy ทีนี้ถ้า Buy มันจะไปไหน โครงสร้างก็บอกอยู่ว่ามันจะไปไหน โดยทฤษฏีของ Dow ถ้าข้าม Dow 5M ที่ 4042 ก็มีแนวโน้มไป Test แนวต้าน 15M ที่ 4097 ถ้าข้ามแนวต้าน Dow 15M ที่ 4097 ก็มีแนวโน้ทไป Test 4220 ถ้าเราตั้งใจอ่านที่เขียนจริงๆ คำถามที่ว่าขึ้นแล้วไปไหนก็จะไม่มีถามต่อ ดังนั้นตั้งใจอ่านก่อน ถ้าไม่เข้าใจก็อ่านสัก 10 เที่ยวแล้วค่อยถาม แต่ขอให้ตั้งใจอ่านก่อน เพราะผู้เขียนตั้งใจเขียนนะ

ทีนี้ในทาง Technica เราสามารถใช้ทฤษฏีอื่นมาประกอบว่ากราฟนั้นอาจจะไปไหนต่อ ซึ่งก็ต่อยอดของสิ่งที่เรารู้ตือแนวรับต้านของ Dow เราอาจจะใช้ Elliott มาช่วยเพื่ออธิบายแล้วหาจุดที่เข้าออก Order ได้ดีขึ้น ซึ่งจริงๆแล้ว Elliott ก็ไม่ใช่เทพอะไร มันแค่เป็นทฤษฏีที่ช่วยขยาย Dow ให้ชัดเจนขึ้น ถ้าให้คำจำกัดความคือประมาณนี้

Dow Theory เป็น "ทฤษฎีมหภาค" (Macro Theory) ที่อธิบายว่าตลาดเคลื่อนไหวเป็นแนวโน้มและมีลำดับชั้นของแนวโน้ม ส่วน Elliott Wave เป็น "ทฤษฎีจุลภาค" (Micro Structure Theory) ที่อธิบายโครงสร้างภายในของแต่ละแนวโน้มอย่างละเอียด ตั้งแต่จำนวนคลื่น รูปแบบของคลื่น ไปจนถึงความสัมพันธ์เชิงสัดส่วนของคลื่น

กล่าวอีกนัยหนึ่ง Elliott ไม่ได้ล้มล้าง Dow Theory แต่ขยาย Dow Theory จากการบอกว่า "ตลาดมีแนวโน้ม" ไปสู่การอธิบายว่า "แนวโน้มนั้นประกอบด้วยโครงสร้างแบบใดและเกิดซ้ำในทุกระดับของเวลา"

คนอ่านมาถึงตรงนี้บอกได้เลยว่า มึนตึ๊บ 555
อ่าน --> คิด--> เข้าใจ ถ้าไม่เข้าใจ
อ่าน --> คิด--> เข้าใจ ถ้าไม่เข้าใจ
อ่าน --> คิด--> เข้าใจ ถ้าไม่เข้าใจ
อ่าน --> คิด--> เข้าใจ ถ้าไม่เข้าใจ
ไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็เข้าใจ

ในมุมของ Elliott เรายังสัญนิฐานว่าเป็น (B) สีฟ้า เพราะถ้าใช้ Fibo Extension วัด ABC สีเหลืองยังอยู่ที่ 100% และถ้าวัดจาก 4023-4382 ที่ลงมายังลงไม่ถึง 123.6% ที่ 3938 ดังนั้นยังสามารถมองได้ว่าที่เราเห็นนี้คือ Flat ที่มี Strong (B)

จาก (B) เราจะไปขึ้น (C) จะประกอบด้วย 12345 สีเหลือง ซึ่ง ณ​ ปัจจุบันนี้ บอกได้ว่าจบ (B) หรือไม่ ไม่!!! แต่จะบอกได้ต่อเมื่อเริ่มทำลายแนวต้านของ Dow โดยเริ่มจาก Dow 5M ที่ 4042 Dow 15M ที่ 4097 ซึ่งถ้าไม่ข้ามกราฟนี้ก็ยังลงต่อไม่จบ (B) หรือไม่ใช่ (B) ก็ได้เพราะเราเป็นโครงสร้างขาลง แล้ว Elliott ตัวเลขหรือ Lable ก็จะเปลี่ยนไปทุกครั้งที่ข้ามหรือหลุด Dow

สมมุติ ว่าข้าม 4042/4097 แนวโน้มเป็น (B) ไหม ใช่แนวโน้มเป็น (B) แล้ว (C) จะไปจบตรงไหน ที่แรกที่ (C) จบได้คือแนวต้านของ Dow 1H เพราะปัจจุบันเราอยู่ที่โครงสร้างขาลง 1H ซึ่งแนวต้าน 1H คือ 4220 นี่คือจุดแรกที่อาจจะจบ (C)

แต่...ถ้ามีข่าวที่เป็นบวก อย่างเช่นตัวเลขเศรษฐกิจออกมาไม่ดีทำให้ทอง Rebound ได้อีกก็อาจจะข้าม 4220 ไปที่แนวต้าน 4382 ซึ่งนั่นเป็นแนวต้าน 4H และถ้าเป็น Flat ก็อาจจะสามารถขึ้นถึงเพราะกฏคือสามารถไปได้ 100% หรือสูงกว่าของ Total wave (B) ก็คือ 4382 นั่นเอง

ทีนี้จะวางแผนเทรดอย่างไร อันนี้ขึ้นอยู่กับ Trade set up ของแต่ละคน การที่จะถามว่า Buy ได้หรือยัง Buy ตรงไหน อันนี้เงินคุณ ตัดสินใจเอง ไม่ต้องถาม เพราะถามมาก็ไม่ตอบ เราเพียงแต่บอกได้ว่าในทาง Technic ถ้าข้าม 4042 ไปแล้วทำลายขาลง 5M ย่อมาน่า Buy เพราะในเชิงสถิตินั้นมักจะขึ้นต่อไป Test แนวต้าน TF15M ที่ 4097 แล้วถ้าข้าม 4097 ก็ย่อมาน่า Buy เพราะสถิติบอกว่าแนวโน้มจะไป Test 4220 นั่นคือบอกได้ตามสถิติ แต่จะมาตรงไหมไม่รู้

ปัจจุบันไม่ข้ามสักแนวก็ต้องรอกราฟเฉลย แต่ถ้าถามว่าส่วนตัวชอบอะไร ชอบ Buy มากกว่านิดนึง แต่ก็รอจุดย่อที่ได้เปรียบเช่นกัน

วันนี้ยาวมากเลย แต่ก็ถือว่าเป็นความรู้ที่แบ่งปันให้ ถ้ามีประโยชน์ก็ copy เก็บไว้ ถ้าไม่เข้สใจก็อ่านสัก 10-20 เที่ยว ค่อยๆเกะไปทีละตัว

ขอพระเจ้าอวยพร🇹🇭🇹🇭🇹🇭

25/06/2026



เหมือนจะเลือกว่าเป็น (B) เด้งก่อนเพราะ Core PCE เท่าคาด แต่ GDP ดีขึ้นน่าจะบวกหุ้นกลับมาและทองด้วย

แนวต้านแรก 4042

25/06/2026

📊ฺไลฟ์เวลาเดิม บ่าย 2 โมง พบกัน แอพแดงนาจาาา😁
บ้านแดง YT :WEALTH66 อย่าลืมมาเจอกัลลล📊ฺ
ลิ้งค์ในคอมเม้นค่า
-----------------------------------------------------------------
ติดต่อเราที่ Inbox เพจ WEALTH66 : https://www.facebook.com/Wealth66Official

*การลงทุนมีความเสี่ยงนักลงทุนควรศึกษาข้อมูลความเสี่ยงให้ดีทุกครั้งก่อนการลงทุน*

#เทรดสั้น
#ทองคำ #ฟอเร็กซ์ #เทรดสกุลเงิน

25/06/2026

#เดารายวัน

สวัสดีไฮโซชาวดอย เมื่อวานนี้ทองเปิดตลาดที่ 4110 ลงมาทำ Low 3959 แล้วปิดที่ 3999 ลบลงมา -111USD ตัวเลขค่อนข้างสวยนะ 3999 ตอง 9 แถมด้วย -111 ตอง 1 😆

เมื่อวานนี้ทองลงค่อนข้างแรงอีกครั้งเป็นวันที่ 2 ติดต่อกันในอาทิตย์นี้หลังจากการเคลียร์สัญญาด้วยการเจรจาและยุติสงครามชั่วคราว 60 วัน ในวันจันทร์ แล้วทองเด้งขึ้น จากนั้นในวันอังคารและวันพุธ ทองนั้นกลับมาที่ Fund หลักคือเรื่องของ FED ที่อาจจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่แถลงในอาทิตย์ที่แล้วมาเริ่มเล่นตอนนี้ดังนั้นเราต้องเข้าใจเรื่อง Fund นะว่าตอนนี้ นลท ไม่ได้สนใจเรื่องข้อขัดแย้งเรื่องสงครามมามุ่งเน้น Fund หลักคือตัวเลขเศรษฐกิจ เงินเฟ้อ การจ้างงาน และ FED rate ซึ่งในวันนี้แนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของ FED นั้นจากที่มองว่าจะขึ้นดอกเบี้ย 1 ครั้งในเดือน ธันวาจากคำพูดของคุณ​ Warsh ตอนนี้ขยับมาว่าน่าจะขึ้นในเดือนกันยา และอาจจะมีเพิ่มอีกครั้งในเดือน ธันวา นั่นคือเหตุผลที่ราคาทองลงมา เพราะกำลังเริ่ม Price in ว่า FED นั้นกำลังจะขึ้นดอกเบี้ย 1-2 ครั้ง

เมื่อวานนี้ก็มีข่าวหลายธนาคารชื่อดังออกมาให้แนวโน้มของทองในปีนี้ลดลง แต่ก็คงไม่ได้สนใจตัวเลขสักเท่าไหร่นะว่าธนาคารดังๆเหล่านั้นให้ตัวเลขอะไร เพราะเค้าเหล่านั้นคือผู้ปั่นด้วยเช่นกันแต่ก็คิดในทิศทางเดียวกันว่าน่าจะลง รวมทั้งมีข่าวธนาคาร Bank of America อันนี้ออกมาให้แนวโน้มแรงว่าคุณ Kevin Warsh อาจจะขึ้นดอกเบี้ยถึง 3 ครั้งในปีนี้ เลยเราเริ่มเห็นทองลงแรงด้วยเช่นกัน

ด้วยแนวโน้มของ FED ขึ้นดอกเบี้ยนั้นส่งผลให้เกิดการขายรุนแรงครั้งใหญ่ในหุ้น AI Tech เชื่อว่าหลายท่านคงทราบแล้วผลจากหุ้น Tech นี้ทำให้ กองทุนนั้นขาดสภาพคล่องจึงได้ขายทองคำออกมาด้วยเพื่อสภาพคล่องเพราะอย่าลืมว่ากองทุนทั้งหลายนั้นลงทุนในพันธบัตร หุ้น และทอง ซึ่งถ้าเรารวมทองในสัดส่วนของการลงทุนในโลกนี้คิดเป็น 5% นะ เพื่อความเข้าใจถูกต้อง นลท ในโลกนี้ลงทุนใน อสังหาประมาณ 50% รองลงมาพันธบัตร 25-30% ต่อมาคือหุ้น 20-25% แล้วก็ทอง 5% เพื่อป้องกัน และส่วนใหญ่เวลาเกิดเหตุการณ์สำคัญอย่างใดอย่างหนึ่งมีปัญหา กองทุนเหล่านั้นมักจะขายทองออกมาเพื่อเพิ่มสภาพคล่องเราจึงเห็นลงมาค่อนข้างรุนแรงเพราะผลต่อเนื่องจากนโยบายของ FED

สรุปในมุมของ Fund แม้ท้องฟ้าวันนี้จะสดใสหลังฝนเมื่อคืน แต่สำหรับทองนั้นก็ยังครึ้มฟ้าครึ้มฝนต่อไป

ในทาง Technical อันนี้ค่อนข้างยากละว่าจะนับเป็นอะไร วันนี้ขออนุญาติคงรูปเดิมไว้ก่อนนะว่าเป็น (B) แต่ (B) นี้ขยาย TF เพราะสร้าง Low ใหม่ จาก B1H เป็น 4H นะ แต่ยังมองว่าอาจจะยังเป็น Strong B อยู่ก่อนนะ เดี๋ยวมี Live บ่าย 2 มาสรุปกันอีกที

โครงสร้าง
TF Week พักตัว Wave (4) ที่ยังไม่จบ แนวรับ 3886
TF Day ขาลวแนวรับ 3959
TF4H ขาลง แนวรับ 3959
TF1H ขาลง แนวรับ 3959
TF15M ขาลงแนวรับ 3959
TF5M ขาลง แนวรับ 3959 / แนวต้าน 4042

จากโครงสร้างแน่นอน ยัง Buy ไม่ได้แน่เพราะไม่มีโครงสร้างถูกทำลายแม้ใน TF5M แน่นอน RSI Day 4H 1H 15M 5M นั้นมี Regular Divergence พร้อมขึ้น แต่...จำไว้เสมอ RSI นั้นจะเป็น Lagging indicator ในกรณีที่เป็นเทรน ซึ่งปัจจุบันเป็นเทรนขาลงนับจาก Day ลงมาแต่ไม่ใช่ Week นะ ดังนั้นไม่ต้องถามว่าเป็นขาลงใช่ไหม เพราะใช่จาก TF Day ลงมาไม่ใช่ Week นะ จะได้เข้าในถูก

จากตรงนี้ในมุม Elliott บอกเลยว่ายาก ดังนั้นขอเดาแบบเดิมก่อนเป็น Strong B เพราะที่ลงมานี้ยังไม่ถึง 123.6% หรือเลย 138.2% ของ (A) เลยนับเป็น (B) ก่อนแต่แค่เปลี่ยนองศาจาก 1H มาเป็น 4H เท่านั้น

จาก B-->C สีเหลือง TF1H จะประกอบด้วย 5 wave ใน TF15M ซึ่งมองว่าอาจจะจบหรือยังไม่จบก็ได้ แต่ให้น้ำหนักว่ายังไม่จบน่าจะมีอีกเข็มต่ำกว่า 3959 แต่มันก็อาจจะจบแล้วก็ได้ ดังนั้นตรงนี้ไม่ชัวร์ สิ่งที่เราทำได้คือ "รอ" กราฟเฉลย ถ้าหลุด 3959 อีกครั้งก็มีแนวโน้มว่าจะจบ C สีเหลืองหรือ (B) สีฟ้า แล้วเราอาจจะเริ่มรอสัญญาณกลับตัวแล้วมอง Buy อีกครั้ง แต่...ถ้าเด้งจากตรงนี้เลยไปข้าม 4042 อันนี้เราอาจจะมองว่า จบ C=(B) ไปแล้วที่ 3959 เราก็อาจจะมารอย่อ Buy ได้อีกครั้ง

แน่นอนตอนนี้อยาก Buy ไม่ใช่เพราะราคาถูกนะ แต่ผมชอบกล้าในตอนที่คนอื่นกลัว เอาคำลุง Buffet มาใช้ ถ้าผมไม่กล้าคงไม่ Buy Trump coin ที่ 6-8 USD หรอก เพราะตอนมันลงจาก 77USD ทิ้งดิ่งมาที่ 1.5 USD แล้วเด้งมาก็จัด Buy ซะ ตอนนี้เหลือ 1.6USD ละขาดทุนเกิน -80% แล้วช่างกล้าจริงๆ!!! 555 ไม่น่าเอามาคุย 😊

ถึงจะรู้สึกกล้าแต่ก็รอนะ รอสัญญาณสักนิด หาที่คัดได้ก่อนสักหน่อยค่อยออกไม้ ตอนนี้ไม่มีสัญญาณก็นั่งรอก่อน

สรุป แนวรับ 3959 แนวต้าน 4042 นะ แนวสัญญาณอาจจะขึ้นเช่นเดิม Engulfing 1H ที่ 4011 ข้ามก่อนค่อยมองย่อ buy แล้ว SL ที่ low อย่าลืมละ Buy ตอนนี้คือสวนเทรน SL ต้องมี ยกเว้่นคนเล่นสะสมระยะยาว

วันนี้มี Live บ่าย 2 นะ เดี๋ยวเช้านี้ขอไปนั่งเทียนก่อนว่ามันเป็น Wave อะไรกันแน่ งง เหมือนกัน แล้วเจอกัน

ขอพระเจ้าอวยพร🇹🇭🇹🇭🇹🇭

Photos from WEALTH66's post 24/06/2026

🧐Trade Setup คือ การเตรียมแผนหรือเงื่อนไขก่อนเข้าเทรด ว่าจะเข้าออเดอร์เมื่อไหร่ ตรงไหน และบริหารความเสี่ยงอย่างไร

✅พูดง่าย ๆ คือ "เหตุผลที่ทำให้เรากด Buy หรือ Sell" ไม่ใช่การเข้าเทรดตามอารมณ์
หลาย ๆ ท่าน ที่เป็นมือใหม่ อาจจะยังไม่มี Set-up หรือไม่รู้จะต้องเริ่มอยางไร?
นี่คือ Set-up พื้นฐาน ที่ท่านสามารถลองนำไปใช้ เพื่อเช็คลิส ก่อนที่ออกออเดอร์ได้ค่ะ
-----------------------------------------------------------------
ติดต่อเราที่ Inbox เพจ WEALTH66 : https://www.facebook.com/Wealth66Official

*การลงทุนมีความเสี่ยงนักลงทุนควรศึกษาข้อมูลความเสี่ยงให้ดีทุกครั้งก่อนการลงทุน*

#เทรดสั้น
#ทองคำ #เทรดสกุลเงิน

24/06/2026

#เดารายวัน

สวัสดีไฮโซชาวดอย ทองเปิดตลาดที่ 4191 ลงมาทำ Low 4091 ก่อนที่จะปิดที่ 4110 ลบมา -81USD

เมื่อวานนี้ทองนั้นลงจาก Fund ที่มองว่า FED นั้นอาจจะขึ้นดอกเบี้ยแน่นอนในปีนี้ 1 ครั้งเพราะผลสำรวจ CME ที่ปรับขึ้นจากขึ้นดอกเบี้ย 60% ในเดือนธันวาเป็น 81% และอาจจะปรับเร็วขึ้นถ้าตัวเลขเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้นซึ่งตรงนี้เราก็ต้องรอตัวเลขที่จะประกาศในอาทิตย์นี้

เมื่อวานนี้มีตัวเลข ADP เกี่ยวการจ้างงานก็ออกมาดี ตามด้วย Service PMI และ Manufacturing PMI ก็ออกมาดีเช่นกันดังนั้นไม่ได้เป็นผลดีกับทองสักเท่าไหร่เราเลยเห็นทองนั้นแม้จะพยายาม Rebound แต่ก็ไปไม่ได้ไกล

ส่วนข่าวเรื่องสงครามสหรัฐกับอิหร่านหลังจากเซ็นทุกอย่างไปแล้วในวัน จ หลังจากเซ็นข่าวนี้ก็เริ่มมีผลกับทองน้อยลงไปเรื่อยๆ นลท เริ่มกลับมามอง Fund หลักอย่างที่พยายามอธิบายไว้ใน Live ดังนั้นจากนี้ก็มาดูที่เศรษฐกิจกับ FED มากขึ้น ซึ่งถ้ามามุมนี้อย่างที่บอกไม่ดีกับทองต่อไป

ในทาง Technical เมื่อวานนี้ทองพยายามทำ Technical rebound เหมือนว่าจะจบ B ที่ 4091 เราก็เห็น Engulfing TF1H นะที่ ตอน 9PM แต่ก็ไม่ได้ไปไกลอาจจะเป็นเพราะตัวเลขเศรษฐกิจที่ประกาศออกมาดีเราเลยเห็นลงมาอีกครั้ง ซึ่งเช้านี้เราก็ยังฟันธงไม่ได้ว่าสรุปว่าจบ B หรือไม่จบเช่นเดิม

จุดสำคัญในวันนี้คือ 4091 ถ้าลงมาหลุดอีกครั้งก็แปลว่าไม่จบ B ต้องลงมารอ Engulfing 1H ใหม่อีกครั้ง ก่อนที่จะบอกว่าจบ B หรือไม่ และเมื่อสักครู่กำลังเขียนก็ลงมาทำ Low ใหม่ที่ 4080 ดังนั้นเราก็ต้องรอ Engulfing 1H ลูกใหม่

อันนี้ผมยกตัวอย่างให้นะ สิ่งแรกที่เราควรรู้คือ ไม่มีใครรู้อนาคต เวลาผมบอกว่าให้รอเกิด Engulfing ก่อนที่คิดจะ Buy ซึ่งในความหมายคือรอย่อแล้ว Buy ถูกหรือไม่อันนี้ไม่มีใครรู้แต่ความเสี่ยงน้อยลงอย่างน้อยเริ่มมีสัญญาณอาจจะกลับตัวบ้างแทนที่จะสวน Buy ขณะที่มันยังแดงทั้งแท่งอยู่ แล้วปัจจุบันการ Buy นั้นคือการสวนเทรนกับ Fund หลักดังนั้นสมควรตั้ง Stop loss เสมอ แม้ราคาต่ำก็ตาม แต่จุดที่ Buy ที่ดีกว่ามีความเสี่ยงน้อยกว่าคือการ Buy เมื่อกราฟนั้นฟอรม์ตัวเป็นรูปแบบของ Dow ขาขึ้นคือการยก Low สูงขึ้นซึ่งในเชิงสถิติมันบอกว่ามีโอกาสขึ้นสูงกว่า กว่าการเกิด Engulfing แล้วย่อ Buy ความแตกต่างมันเป็นแบบนี้

กราฟลงยังแดง มี Divergence ขาขึ้น Buy เสี่ยงมาก 50/50
กราฟมี Divergence ขาขึ้น + Engulfing แล้วย่อ Buy ที่ 38.2-61.8% ความเสี่ยงน้อยลงแต่คงเป็น 55/45
กราฟมี Divergence ขาขึ้น + Engulfing + ทำ BOS คือการยกตัวสูงขึ้น ความเสี่ยงน้อยลง 60/40

นี่คือความแตกต่างที่พยายามจะสื่อ และนี่คือ Trade Set up ที่แต่ละคนควรจะมีว่าเข้า Buy หรือ Sell ที่เงื่อนไขอะไร

อีกอย่างที่อยากฝากไว้คือ คำถามที่ว่า Buy ดีไหม Buy ได้หรือยัง คำถามเหล่านี้ผมไม่ตอบนะ สิ่งที่เราทำคือให้ความรู้ในมุมของ Fund และ Technic เพื่อให้ท่านนั้นมีความรู้เพื่อเป็นเกราะคุ้มกันภัยให้ตัวเอง เพราะสิ่งแรกที่ต้องจำไว้ก่อนลงทุน คือป้องกันทุน ไม่ได้วิ่งตามกำไร ดังนั้นการป้องกันที่ดีที่สุดคือความรู้

พอร์ตของตนเอง เงินของตนเอง อยาก Buy อยาก Sell ก็ตัดสินใจเอง เวลากำไรก็ใส่กระเป๋าตัวเอง แต่เวลาอยากได้กำไรก็ถามคนอื่นว่าทำแบบนี้ดีไหม แบบนั้นดีไหม โยนความทุกข์มาให้คนอื่นทั้งๆที่บวกก็ใส่เงินเข้ากระเป๋าถ้าลบก็อาจจะไม่ว่า หรืออาจจะว่าลับหลัง (บางคนก็เห็นหน้าเพจเลย) ทั้งๆที่อ่านของเค้าฟรีไม่ได้เก็บเงิน จะเห็นเลยว่า คำถามแบบนี้มันรู้สึกว่ามันเป็นความเห็นแก่ตัวเกินไปไหม เราอาจจะไม่ได้คิด แต่วันนี้ถ้ามาอ่านมาถึงตรงนี้ก็คิดซะ ว่าไม่ควรถาม

เช้านี้มาทำ Low ใหม่ที่ 4080 ดังนั้น Step แรก รอ Engulfing 1H อีกครั้งก่อนแล้วค่อยทำตาม Trade set up ว่าจะ Buy ดีหรือไม่ และตรงนี้ก็ยังไม่ได้ Confirm ว่าจบ B หรือไม่ แต่ก็เริ่มมองได้ว่าเป็น Normal B ถ้าจบตรงนี้ โอกาสที่จะเด้งไปใกล้ A มากขึ้นถ้าเป็น B จริง

สรุปเรารอกราฟ Confirm นะครับว่าจบ B หรือไม่ ถ้ามีแนวโน้มจบ ค่อยมา Update ให้ใหม่

ขอพระเจ้าอวยพร🇹🇭🇹🇭🇹🇭

23/06/2026

1
8PM กราฟยังคง ไม่ได้ Confirm ใน TF1H ว่าจบ B หรือไม่เช่นเดิม คงต้องรอต่อไปว่า B นั้นจะจบแบบไหน แบบอ่อนแอ หรือแบบปกติ ซึ่งราคาก็มายืนที่เส้นตัดสินพอดีที่ 81% ไม่มากไม่น้อยเป็นได้ทั้งสองอย่าง
แต่ก็ให้เป็นความรู้ไว้ได้แบบนี้ว่า
คลื่น B แบบอ่อนแอ สามารถจำแนกออกจากการย้อนกลับของคลื่น B ที่อยู่ระหว่าง 61.8%-80% ของคลื่น A
จาก B ไป C นั้นจะแยกได้ 3 ประเภทคือ
1. Double Failure คือคลื่น C ไม่สามารถวิ่งเกิน 100% ของ B
2. B Failure คือคลื่น C วิ่งอยู่ระหว่าง 100-138.2% ของ B
3. Elongated Flat คือคลื่น C นั้นวิ่งเกิน 138.2%
คลื่น B แบบปกติสามารถจำแนกออกจากการย้อนกลับของคลื่น B ที่อยู่ระหว่าง 81%-100% ของคลื่น A
จาก B ไป C นั้นจะแยกได้ 3 ประเภทคือ
1. C Failure คือคลื่น C ไม่สามารถวิ่งเกิน 100% ของ B
2. Common Flat คือคลื่น C วิ่งอยู่ระหว่าง 100-138.2% ของ B
3. Elongated Flat คือคลื่น C นั้นวิ่งเกิน 138.2%
ทั้งสองรูปแบบเหมือนกันคือ ต่ำกว่า A =4382 ก็ได้ สูงกว่า A = 4382 ก็ได้ หรือสูงถึง 138.2%=4493 ก็ได้
ดังนั้นจะเดาค่อนข้างยากว่า C นั้นจะไปจบที่ไหนถ้าขึ้น แต่มีวิธีที่ดีที่สุดคือนับว่าจาก B-->C นั้นต้องประกอบด้วย (1)(2)(3)(4)(5) ใน TF15M ดังนั้นนับกราฟให้ครบนั้นชัดกว่าที่จะเดาตอนนี้ว่า C ไปถึงไหน กราฟครบตรงไหนก็ไปตรงนั้น แต่ที่สามารถ Confirm ได้แน่นอนคือ ถ้าขึ้นกราฟนั้นจะข้าม 38.2% แน่นอนคือราคา 4202 นี่คือสิ่งแรกที่บอกได้ภ้าขึ้น
แต่ปัญหาคือตอนนี้ B นั้นจบยังไม่จบ จนกว่าจะเกิด Engulfing 1H สูงกว่า 4127 ดังนั้นรอกันต่อไป แต่ถ้าไม่ขึ้นแล้วลงต่อก็สามารถลงได้เรื่อยจนกว่าจะจบ B ดังนั้นรอกันต่อไปท่านหมื่นนอนดึกทั้งหลาย ส่วน หมื่นธีร์​ ไม่เคยคัท ขอลาไปนอนก่อนนะ
ขอพระเจ้าอวยพร🇹🇭🇹🇭🇹🇭

1

8PM กราฟยังคง ไม่ได้ Confirm ใน TF1H ว่าจบ B หรือไม่เช่นเดิม คงต้องรอต่อไปว่า B นั้นจะจบแบบไหน แบบอ่อนแอ หรือแบบปกติ ซึ่งราคาก็มายืนที่เส้นตัดสินพอดีที่ 81% ไม่มากไม่น้อยเป็นได้ทั้งสองอย่าง

แต่ก็ให้เป็นความรู้ไว้ได้แบบนี้ว่า

คลื่น B แบบอ่อนแอ สามารถจำแนกออกจากการย้อนกลับของคลื่น B ที่อยู่ระหว่าง 61.8%-80% ของคลื่น A

จาก B ไป C นั้นจะแยกได้ 3 ประเภทคือ
1. Double Failure คือคลื่น C ไม่สามารถวิ่งเกิน 100% ของ B
2. B Failure คือคลื่น C วิ่งอยู่ระหว่าง 100-138.2% ของ B
3. Elongated Flat คือคลื่น C นั้นวิ่งเกิน 138.2%

คลื่น B แบบปกติสามารถจำแนกออกจากการย้อนกลับของคลื่น B ที่อยู่ระหว่าง 81%-100% ของคลื่น A

จาก B ไป C นั้นจะแยกได้ 3 ประเภทคือ
1. C Failure คือคลื่น C ไม่สามารถวิ่งเกิน 100% ของ B
2. Common Flat คือคลื่น C วิ่งอยู่ระหว่าง 100-138.2% ของ B
3. Elongated Flat คือคลื่น C นั้นวิ่งเกิน 138.2%

ทั้งสองรูปแบบเหมือนกันคือ ต่ำกว่า A =4382 ก็ได้ สูงกว่า A = 4382 ก็ได้ หรือสูงถึง 138.2%=4493 ก็ได้

ดังนั้นจะเดาค่อนข้างยากว่า C นั้นจะไปจบที่ไหนถ้าขึ้น แต่มีวิธีที่ดีที่สุดคือนับว่าจาก B-->C นั้นต้องประกอบด้วย (1)(2)(3)(4)(5) ใน TF15M ดังนั้นนับกราฟให้ครบนั้นชัดกว่าที่จะเดาตอนนี้ว่า C ไปถึงไหน กราฟครบตรงไหนก็ไปตรงนั้น แต่ที่สามารถ Confirm ได้แน่นอนคือ ถ้าขึ้นกราฟนั้นจะข้าม 38.2% แน่นอนคือราคา 4202 นี่คือสิ่งแรกที่บอกได้ภ้าขึ้น

แต่ปัญหาคือตอนนี้ B นั้นจบยังไม่จบ จนกว่าจะเกิด Engulfing 1H สูงกว่า 4127 ดังนั้นรอกันต่อไป แต่ถ้าไม่ขึ้นแล้วลงต่อก็สามารถลงได้เรื่อยจนกว่าจะจบ B ดังนั้นรอกันต่อไปท่านหมื่นนอนดึกทั้งหลาย ส่วน หมื่นธีร์​ ไม่เคยคัท ขอลาไปนอนก่อนนะ

ขอพระเจ้าอวยพร🇹🇭🇹🇭🇹🇭

ต้องการให้ธุรกิจของคุณ โรงเรียน ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง โรงเรียน ใน Thon Buri District?

คลิกที่นี่เพื่อเป็นสมาชิก?

ที่ตั้ง

ประเภท

เว็บไซต์

ที่อยู่


Thon Buri District